หลังน้ำท่วม ต้องระวัง “โรคฉี่หนู”

 หลังน้ำท่วม ต้องระวัง “โรคฉี่หนู”


     › น้ำท่วมไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงเฉพาะในช่วงที่ประชาชนกำลังลุยน้ำเท่านั้น แต่ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเลปโตสไปโรสิสยังควรได้รับความสนใจในช่วงหลังน้ำลดด้วย เนื่องจากประชาชนอาจต้องสัมผัสน้ำขัง ดิน โคลน หรือสิ่งแวดล้อมที่ปนเปื้อนเชื้อ ขณะเก็บล้างทำความสะอาดที่อยู่อาศัยหลังน้ำลด
 
     › เชื้อ Leptospira สามารถแพร่จากสัตว์สู่คน และอาจปนเปื้อนอยู่ในน้ำหรือดินผ่านปัสสาวะของสัตว์ โดยเฉพาะหนู สุนัข โค สุกร เมื่อประชาชนมีบาดแผล รอยถลอก หรือแช่น้ำนานจนทำให้ผิวหนังอ่อนนุ่ม หรือสัมผัสสิ่งปนเปื้อนผ่านผิวหนังและเยื่อบุต่าง ๆ จึงมีโอกาสได้รับเชื้อและเกิดโรคได้
 
     › อาการที่ควรเฝ้าระวัง ได้แก่ ไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่อง หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน หรือตาแดง หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างเหมาะสม โรคอาจมีความรุนแรงและเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือไตวายได้
 
     › เน้นย้ำ: หากมีไข้สูง ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อโดยเฉพาะน่อง หลังลุยน้ำหรือลุยโคลน ควรพบแพทย์โดยเร็ว และแจ้งประวัติเสี่ยงให้แพทย์ทราบ
     กลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
     • ผู้ที่ต้องลุยน้ำหรือลุยโคลน
     • เกษตรกรและผู้ที่ทำงานในพื้นที่เกษตรกรรม
     • ผู้ที่ทำความสะอาดบ้านหรือพื้นที่หลังน้ำท่วม
     • ผู้ที่ทำงานสัมผัสดิน น้ำ หรือโคลนเป็นประจำ
     • ผู้ที่มีบาดแผลหรือรอยถลอกและต้องสัมผัสน้ำหรือดิน
     • ประชาชนที่อาศัยหรือทำกิจกรรมในพื้นที่ที่เกิดน้ำท่วม
     • เจ้าหน้าที่อาสาสมัครที่เข้าช่วยเหลือในพื้นที่น้ำท่วม

      “น้ำลด ไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงโรคฉี่หนูจะหมดไป”

      - ป้องกันโรคฉี่หนูในช่วงน้ำท่วมและหลังน้ำลด
      - ช่วงน้ำท่วม หากจำเป็นต้องสัมผัสน้ำหรือโคลน ควรสวมรองเท้าบูต ถุงมือ หรืออุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม ล้างมือและทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังสัมผัสน้ำหรือโคลน
      - หลังน้ำลด น้ำขัง ดิน และโคลนอาจปนเปื้อนเชื้อโรค หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดยตรง สวมรองเท้าบูตและถุงมือเมื่อต้องทำความสะอาด และทำความสะอาดร่างกายทันทีหลังสัมผัสดินโคลน
 
     › แหล่งข้อมูล :  สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 3 จังหวัดนครสวรรค์ กรมควบคุมโรค
กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค